fbpx

Welcome to Damigos Design Studio. We’re your Digital Companion!

Keep conected

Please Don’t Tell . . . The Secret Bar

หากคุณเดินอยู่ในถนน St. Marks ที่ NYC คุณจะต้องได้เจอกับร้านฮอตด็อคชื่อดัง Crif Dogs Restaurant ซึ่งเป็นร้านขายฮอตด็อกที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมาก แต่หากคุณเดินเข้าไปในร้านซักพักแล้วเห็นตู้โทรศัพท์ที่จะเป็นเหมือนตู้โทรศัพท์ที่ Clarke Kent จะกระโจนเข้าไปแล้วเปลี่ยนชุดเป็น Superman น่ะครับ สีแดงๆดูเก่าๆแบบ Vintage หน่อย หากคุณเป็นลูกค้าท่านแรกของ Crif Dogs คุณก็จะเห็นว่าเค้าคงเอามันมาประดับร้าน แต่หากคุณเดินเข้าไปในตู้โทรศัพท์ ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดปุ่มครั้งหนึ่ง (ไม่ใช่ 2 ครั้งนะ) คุณจะได้ยินเสียง Operator ตอบคุณ และเธอก็จะบอกคุณว่ายินดีด้วยค่ะ คุณเป็นผู้โชคดีได้ Invitation จากเรา และกำแพงของตู้โทรศัพท์ก็จะเปิดออกมาและคุณก็จะเห็นบาร์อยู่ตรงกลางห้องโถงใหญ่ๆ ในวินาทีนั้นคุณคิดว่าถ้าเป็นตัวคุณเองคุณจะอยากรู้มั้ยว่าข้างในมีอะไร ทำไมถึงต้องซ่อนร้านหรูๆแบบนี้ไว้ในกำแพงด้วย? และทุกๆคนที่เจอแบบนี้ก็จะลงเอยแบบเดียวกันเลยก็คือ เดินเข้าไปในบาร์นี้ สั่งเครื่องดื่มมาจิบ Enjoy อาหารมื้อนี้และกลับบ้านไปบอกต่อคนอื่นทั้งๆที่ทางร้านก็บอกก่อนจะออกจากร้านนะว่า Please Don’t Tell “อย่าไปบอกใครนะว่ามีร้านอยู่ที่นี่” แต่สุดท้ายทุกคนก็จะเอาไปบอกเพื่อนของตัวเองจนทำให้ทุกวันนี้ร้าน Please Don’t Tell นั้นเต็มตลอดเวลา หากใครไม่ได้จองเอาไว้ก็จะต้องรอคิวอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

 

การวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การตลาด

 

คุณจะทราบได้ว่า Please don’t tell ใช้ความอดทนเป็นอย่างสูงมากในการทำการตลาด แต่สิ่งที่เค้าฉลาดมากกว่านั้นก็คือเค้าเอาร้านของเค้าไปตั้งอยู่ในร้าน Hot Dog ชื่อดังในเมืองซึ่งผู้คนเข้ามาทานมากกว่าพันคนต่อวัน เพราะว่าเค้าต้องการเล่นกับการเซอร์ไพร้ส์ครับ คุณคิดดูคุณเข้าไปในร้านอาหารตามสั่งนั่งทานอาหารเสร็จแล้วเห็นตู้โทรศัพท์คุณก็เลยลองไปกดเล่นดูแล้วประตูเปิดออกมาเป็นบาร์หรูๆ ในใจผมคิดนะว่าถ้าหากเป็นร้านยาดองคงจะเหมาะกว่าหน่อย แต่นี่เป็นบาร์ที่ค่อนข้างมีคลาสอยู่ในตัว คุณจะตกใจและทึ่งกับการค้นพบสิ่งนี้มั้ยครับ? เมื่อคุณเลือกที่จะเล่นกับสมองคนคุณก็ควรที่จะเล่นให้สุด และนี่แหละที่ PDT เค้าทำและมันก็ประสปความสำเร็จ ลูกค้าแต่ละรายตกเป็นเหยื่อตู้โทรศัพท์และก็จะไปบอกต่อคนที่เค้ารู้จักจนมันแพร่กระจายไปทั่ว ส่งผลให้ร้าน Hot Dog ขายดีไปด้วยเลย เรามาวิเคราะห์กันว่าเค้าใช้เทคนิคอะไรใน 6 เทคนิคการตลาดที่ผมพูดถึงไปในหัวข้อ “6 เทคนิคการสร้างคอนเทนท์ที่จะทำให้คุณสร้างคอนเทนท์ที่ VIRAL ได้ง่ายๆ!!!

 

  1. Social Currency: เค้าใช้ความหรูหรา และ ความแตกต่างจากหลายๆร้านเพราะว่าเมื่อคุณหา PDT เจอโดยที่เพื่อนคุณหาไม่เจอเนี่ย แล้วคุณเอาเรื่องราวนี้ไปบอกเค้าหรือพาเค้าไปร้านนี้ เพื่อนของคุณก็จะมองคุณเป็นคนช่างสังเกต มี Taste ที่ดีในการเลือกหาร้านนั่งชิว และ เชื่อถือในความคิดของคุณมากขึ้น นอกจากนี้หากคุณเป็นลูกค้าของ PDT จริงๆ คุณจะรู้สึกว่าคุณเป็นคนพิเศษมาก เหมือนคุณได้รับบัตรเชิญมานั่งดื่มในร้านหรูที่คนอื่นหลายๆคนไม่ได้รับเชิญ
  2. Practical Value: แน่นอนแหละครับว่าหากคุณนำเรื่องราวของ PDT ไปบอกต่อมันก็คือ Practical value อย่างนึงเพราะมันเป็นข้อมูลที่ดี ไม่มีใครไม่อยากรู้ว่าบาร์สุดลับแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ไหน
  3. Emotion: PDT เล่นกับความรู้สึกของคนเยอะมาก ให้ทั้งความรู้สึกตื่นเต้น ความรู้สึกพิเศษ ความแปลกประหลาด ความลึกลับ และนี่แหละที่เป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เค้าประสปความสำเร็จ
  4. Public: เชื่อหรือไม่ว่าร้าน Hot Dog ในอเมริกาเป็นร้านที่มีคนวัยทำงานเข้ามากินมากที่สุด เนื่องจากเวลาที่จำกัดชาวอเมริกันจึงอยากที่จะหาอาหารง่ายๆทานและตัวเลือกของเค้าซะส่วนมากก็คือ Hot Dog ครับ และนั่นแหละคือสิ่งที่ PDT ทำ เอาร้าน Hot Dog เป็น Public ครับ เพราะเค้ารู้ว่ากลุ่มลูกค้าในเป้าหมายของเค้าคือคนวัยทำงานทุกคน เค้าสังเกตพฤติกรรมที่กลุ่มลูกค้าในเป้าหมายของเค้าทำเป็นประจำและเกิดไอเดียขึ้นมาว่าใช่แล้วแหละ เราต้องเอาร้านเราตั้งไว้ในร้าน Hot Dog แห่งนี้เลย

 

 

Image result for PDT (Please don't tell)

รูปภาพหน้าร้าน Crif Dogs ที่สุดแสนจะธรรมดา

 

 

รีวิวบาร์ PDT (Please Don’t Tell) Credit: Mandarin Oriental

 

 

Fun Fact ก็คือ Please Don’t Tell ไม่เคยโฆษณาร้านตัวเองผ่าน Social หรือ ผ่านสื่ออื่นๆเลย ลูกค้าทำการตลาดให้ล้วนๆเลยครับ และนั่นแหละคือการทำการตลาดโดยที่ไม่ต้องทำการตลาด การทำให้ตัวเอง Public โดยการแอบซ่อนตัวเอง เค้าคิดได้ยังไง? เค้ากล้าทำไปได้ยังไง? ผมก็ไม่รู้แต่ผมคิดว่ามันเป็นไอเดียที่โคตรเจ๋งผมเลยเอามาแชร์ให้ทุกท่านรู้ครับ

NO COMMENTS

POST A COMMENT