fbpx

Welcome to Damigos Design Studio. We’re your Digital Companion!

Keep conected

แคมเปญ Hemera “Catch the diamond”

ในยุคแห่งโซเชียลและดิจิตอลที่มีนวรรตกรรมใหม่ๆเข้ามาเสมอ ทำให้ช่องทางในการตลาดเพิ่มมากขึ้น ผมยังจำได้เลยว่าตอนเด็กๆพ่อแม่ผมทำธุรกิจและต้องทำการตลาดผ่านการออกงานอีเว้นท์ เปิดบูทบ่อยๆ โดยที่ไม่มีโซเชียลหรือเทคโนโลยีมาช่วยมากเท่าไหร่ แต่สมัยนี้แค่โทรศัพท์เครื่องเดียวก็สามารถช่วยให้ท่านบริหารธุรกิจขนาดเล็กได้แล้ว เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เป็นตัวช่วยของเราแต่เทคโนโลยีได้กลายเป็นเทรนด์ความเท่ไปแล้ว ใครมีโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นล่าสุดก็จะเป็นคนที่ถ่ายรูปได้สวยที่สุด ใครที่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีมากก็จะมีคนรับฟังความคิดเห็นของเค้าเยอะกว่าคนอื่น

 

ดังนั้นการทำการตลาดโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยเนี่ยจะทำให้มีคนสนใจมากขึ้นเนื่องจากเป็นอะไรที่ใหม่ แปลก ไม่มีใครเคยทำ แถมยังเท่เพราะมันมีเทคโนโลยีที่น่าเล่นเสริมมาด้วย หลังจากที่ผมเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมัลติมีเดีย Multimedia University ผมได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับบริษัทที่ชื่อว่า Moving Walls ในประเทศมาเลเซีย บริษัทนี้เป็นบริษัทขนาดเล็กและตอนแรกโมเดลธุรกิจของเค้านั้นง่ายมาก เค้ามีจอใหญ่อันหนึ่งตั้งอยู่ที่สี่แยก Bukit Bintang ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวที่ใหญ่โตที่สุดในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ถ้าจะให้ผมเปรียบเทียบกับประเทศไทยก็คงจะเป็นสยามสแควร์ บริษัท Moving Walls อยู่ได้โดยการทำวีดีโอโฆษณาให้กับบริษัทที่สนใจจะลงโฆษณาบนจอใหญ่ยักษ์ของเค้า แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีบริษัทอื่นที่เอาจอใหญ่กว่ามาลงแข่งกับ Moving Walls จึงทำให้รายได้น้อยลงทาง Moving Walls จึงจำเป็นจะต้องคิดไอเดียที่แหวกแนวกว่าเดิมเพื่อสร้างแคมเปญการตลาดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

 

ตอนนั้นผมเพิ่งทำโปรเจคจบเสร็จพอดี และผมก็รู้จักกับเพื่อนที่ทำงานที่ Moving Walls ด้วย พอเราได้มาคุยกันว่าโปรเจคจบของผมเป็นอย่างไร เค้าก็เกิดไอเดียขึ้นมาทันทีว่าเค้าสามารถที่จะทำแคมเปญอย่างไรให้ต่างจากคนอื่นได้ 3 วันต่อมาบริษัท Moving Walls ติดต่อมาหาผมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งเพื่อให้ไปทำโปรเจคแคมเปญการตลาดโดยใช้จอยักษ์ที่เค้ามีอยู่ เค้าบอกว่ากำลังต้องการคนที่จบทางด้าน Virtual Reality มาโดยเฉพาะ และนั่นก็คือผมกับเพื่อนของผมนั่นเองแหละครับ เวลาคนพูดถึง Virtual Reality เค้าก็จะคิดถึงแว่นตา VR ที่ใส่แล้วคุณจะเห็นภาพ 3 มิติ รอบๆตัวคุณเลยเหมือนคุณอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งที่เป็นโลกที่สร้างมาจากภาพ 3 มิติล้วนๆ แต่ว่ามันไม่ใช่แค่นั้นนะครับ Virtual Reality คือการเชื่อมโยงโลกแห่งความจริง และ โลกดิจิตอลเข้าหากันไม่ว่าจะผ่านสื่อใดๆก็ตาม

 

เมื่อได้ยินว่ามีคนสนใจในตัวผม ผมกับเพื่อนก็ตอบตกลงไปแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเลย เพราะเรากำลังหาโอกาสที่จะหางานได้อยู่ เราจึงไปคุยกับฝ่าย HR และ หัวหน้าฝ่าย Creative และ ฝ่าย IT ของบริษัท Moving Walls เพื่อฟังความต้องการของลูกค้า ทาง Moving Walls ต้องการให้ผมกับเพื่อนออกแบบเกมส์ตัวหนึ่งออกมาโจทย์ที่ให้มาก็ตรงไปตรงมาดีครับ มีอยู่ว่า:

 

  1. เกมส์จะต้องเป็นเกมส์ที่เล่นง่าย และใช้เวลาเล่นไม่เกิน 45 วินาที
  2. จะต้องใช้จอใหญ่ที่ตั้งอยู่ในห้าง Pavillion ซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดใน Bukit Bintang
  3. จะต้องสื่อถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ให้ได้ทุกข้อ ในกรณีนี้ผลิตภัณฑ์ก็คือเพชรเม็ดงามที่มี 101 เหลี่ยม
  4. เกมส์จะเป็นเหมือนเกมส์จับสิ่งของที่ตกลงมา ก็เป็นเหมือนเกมส์ที่เราเคยเล่นกันตอนเด็กๆ

 

เริ่มอยากรู้แล้วหรือยังครับว่ารูปร่างหน้าตาของแคมเปญนี้เป็นยังไง? ดูวีดีโอตัวอย่างได้ที่นี่เลยครับ

 

 

มันเป็นเกมส์ที่เล่นง่ายๆ แล้วก็ถ้าจะให้ผมพูดตรงๆมันก็ไม่ได้สนุกอะไรมากมายหรอกครับ แต่ว่าที่มีคนสนใจมาเล่นกันเยอะเพราะว่ามันเป็นอะไรที่แปลกนี่แหละครับ คุณมาเดินห้างแต่คุณมาเห็นทุกคนคอยเชียร์ให้กำลังใจและตื่นเต้นกับเกมส์นี้ มันเลยทำให้คนอื่นๆที่มาเดินเนี่ยมุงดูกันเต็มไปหมดแล้วก็อยากลองมาเล่นเกมส์นี้ด้วย เพราะแต่ละคนก็อยากจะเอาชนะ Top Score ของคนอื่น!!! นี่แหละครับคือความงดงามของการเอาเกมส์สั้นๆที่เราเคยเล่นกันตอนเด็กๆมาทำเป็นแคมเปญโฆษณาสินค้า ท้ายสุดแล้วมีการถ่ายรูปเอาไว้ด้วยนะครับ ลูกค้าหลายคนที่ถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือของตัวเองและโพสต์ลงเฟสบุคของตัวเองจึงทำให้แคมเปญนี้เกิดลูกโซ่ของการแชร์และกลายเป็นอะไรที่ Viral มากๆในวันปีใหม่ของปี 2014 ไปเลยล่ะครับ

 

ทุกๆวันนี้ผมเห็นบริษัทหลายบริษัทอย่างเช่นง่ายๆเลย ผมมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งขายครีมที่ชื่อ Baby Carrot อยู่ เค้าทำแคมเปญแจกครีมฟรีที่สวนจตุจักร ต้องจ้างคนมากมายมาเดินพาเหรด ตะโกนลั่นตลาด เดินทั้งวันอากาศก็ร้อนคงจะเหนื่อยน่าดู แถมยังต้องสั่งทำชุด Costume และก็จะต้องอัพโหลดรูปลงเฟสบุคและแชร์ออกไปอีก

 

Image result for baby carrot สวนจตุจักร

Image result for baby carrot สวนจตุจักร

Related image

ภาพบรรยากาศการแจกครีมของ Baby Carrot ที่สวนจตุจักร

 

ถ้าหากแคมเปญนี้ใช้เทคโนโลยีมาช่วยโดยใช้จอยักษ์ที่แยกอโศก (ยกตัวอย่าง) เค้าจะไม่ต้องมาเดินพาเหรดแจกครีมครับ ไม่ต้องเสียเงินตัดชุดคอสตูมให้พนักงาน ไม่ต้องเสียเงินลงทุนจากคนมาเดินพาเหรด ไม่ต้องทนอากาศร้อนๆ และไม่ต้องอัพโหลดรูปลงเฟสบุคด้วยตัวเองเลยครับ ผมอยากจะเอาแคมเปญแบบนี้มาลงในกรุงเทพบ้าง อยากจะให้กรุงเทพได้เห็นว่าเทคโนโลยีก็สามารถเอามาเป็นการตลาดได้ แถมข้อดีของมันเลยคือ

 

  1. เหนื่อยน้อยกว่าแคมเปญที่จะต้องเดินแจกสินค้าในตลาดร้อนๆ เราก็ทำ E-Voucher ให้ลูกค้ามาเคลมเองสิครับ
  2. ประหยัดคนงานมากกว่าแคมเปญที่จะต้องใช้คนเยอะ ให้เทคโนโลยีทำงานแทนคนครับ
  3. ไม่ต้องจ้างคนมาเดินพาเหรดเป็นจำนวนมากประหยัดงบไปอีก!!!
  4. เชื่อมั้ยว่าลูกค้าของคุณจะเห็นความเจ๋งของแคมเปญนี้และจะต้องแชร์ความประทับใจนี้ลงในโซเชียลเอง!!!
  5. เจ๋งกว่าแคมเปญแบบเดิมๆหลายเท่า!!!

 

อันนี้ผมไม่ได้มาโจมตีใครนะว่าแคมเปญแบบนี้มันล้าสมัย ถามว่ามันเวิคมั้ย มันก็เวิคนะ แต่ผมว่าทุกๆอย่างมันก็จะต้องมีวิวัฒนาการ การตลาดก็เช่นกันนะครับ ตอนนี้ผมยังหาบริษัทที่จะสามารถลงทุนทำแคมเปญการตลาดโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยไม่ได้ แต่ผมก็จะไม่หยุดยั้งความตั้งใจของผมครับ หากใครที่อ่านบทความนี้แล้วสนใจขึ้นมาท่านสามารถติดต่อ Damigos ได้ทันทีโดยไม่ต้องลังเลเลยครับ เพราะเรามีทั้งความสามารถและศักยภาพที่จะทำให้แคมเปญแบบ Hemera Diamond นั้นประสปผลสำเร็จได้ครับ

 

NO COMMENTS

POST A COMMENT